รีวิวหนัง SuckSeed ห่วยขั้นเทพ ในยุคปัจจุบันที่มีวงดนตรีใหม่ๆ

        รีวิวหนัง SuckSeed ห่วยขั้นเทพ ในยุคปัจจุบันที่มีวงดนตรีใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย คุณยังคิดถึงวงดนตรีคุณภาพเช่น Bodyslam , So Cool , Modern Dog , Paradox ฯลฯ หรือไม่? ถ้ายังคิดถึงแนะนำให้หาหนังเรื่อง “SuckSeed Sucks” แล้วดู คุณจะรู้สึกเหมือนสูญเสียตัวเองในช่วงเวลานั้นอีกครั้ง แต่ก่อนไปดูหนังสามารถแวะมาอ่านรีวิวสั้นๆจากเราก่อนได้นะคะ

เรื่องย่อ รีวิวหนัง SuckSeed ห่วยขั้นเทพ ห่วยแตก

        รีวิวหนัง SuckSeed รีวิวหนัง Netflix หนังตลก SuckSeed ภาพยนตร์เรื่อง SuckSeed บอกเล่าเรื่องราวของ “เป็ด” “กุ้ง” และ “เอ็กซ์” ที่ตัดสินใจตั้งวงดนตรีของตัวเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นนักดนตรีระดับชาติ แต่เนื่องจากตอนนี้พวกเขาเล่นดนตรีและร้องเพลงได้แย่มาก จนถูกเพื่อนร่วมชั้นและคนอื่นดูถูกเหยียดหยาม แต่กลับไม่ย่อท้อ พวกเขาจึงตั้งชื่อวงของตัวเองว่า “SuckSeed”

        พวกเขาต้องพยายามพัฒนาทักษะก่อนที่จะสามารถแข่งขันในการประกวดวงดนตรีของค่ายเพลงระดับชาติได้ แต่ยิ่งยากเข้าไปใหญ่เมื่อทั้งเป็ดและกุ้งตกหลุมรัก “เอน” เพื่อนสมัยเด็กที่เพิ่งย้ายเข้ามา เธอเป็นนักร้องที่ดี แต่กลับเป็นนักร้องนำของ Arena วงดนตรีคู่ต่อสู้ของโรงเรียนดังยอดนิยมที่มีเป้าหมายจะแข่งขันในรายการระดับชาตินี้ด้วย จะสำเร็จหรือไม่!

รีวิวหนัง SuckSeed ห่วยขั้นเทพ

        ความน่าดึงดูดใจของหนังเรื่อง SuckSeed ห่วยแตก

        รีวิวหนัง SuckSeed ห่วยแตก รีวิวหนัง Netflix หนังตลก SuckSeed หนังเรื่อง SuckSeed ห่วยแตก น่าสนใจที่ตัวละคร “เป็ด” “กุ้ง” และ “X” ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของเด็กรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างวงดนตรีของตัวเอง แต่มีทักษะไม่ดี อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ SuckSeed เป็นหนังดังในหมู่วัยรุ่นตอนเข้าฉายในโรงก็คือ มีนักร้องนำวงเทพของไทยเราขอเชิญร้องเพลงดังของวงตัวเองในฉากต่างๆ เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ของทั้งสามอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นความรัก ตกหลุมรัก อกหัก หรือท้อแท้

        ทำให้เราคิดถึงพวกเขาอีกครั้ง และทำให้คนรุ่นใหม่รู้จักเพลงเก่ามากขึ้นเช่นกันจนกลับมาฮิตอีกครั้ง ในหนังเราเห็นการซ้อมที่ต้องใช้การเล่นอย่างจริงจัง และที่ซึ่งจะมีเรื่องราวความรักในวัยเรียนเข้าโดยพระเอกหรือนี่คือ “เป็ด” ที่ตกหลุมรักนางเอกที่เพิ่งปฏิเสธ “กุ้ง” ปรากฏว่านางเอกตกหลุมรักพระเอกด้วยเพราะเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก แม้กระทั่งการแต่งเพลงที่ชื่อว่า “เพลงที่ฉันไม่ได้แต่ง” ให้นางเอก ซึ่งเธอได้ร้องเพลงบนเวทีการประกวดระดับประเทศ

        พอรู้แล้วเหมือนพระเอกทรยศเพื่อนจนกลายเป็นจุดเปลี่ยนของ SuckSeed ที่ทำให้เราได้เรียนรู้บทเรียนเรื่องมิตรภาพของเพื่อนฝูงอีกด้วย ทุกคนมีความรักได้ แต่ต้องอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง หนังเรื่องนี้มีเพลงประกอบที่ไพเราะมากมาย มาลองฟังกันดูนะครับ แต่ที่ชอบสุดคือ “ตั้มในใจ” ที่เก้า จิรายุ ร้องคู่กับ ณัชนา

        ข้อคิดดีๆ จากหนัง SuckSeed sucks

      SuckSeed ห่วยขั้นเทพ พระเจ้าได้สอนเราว่า ทุกคนมีดนตรีอยู่ในใจ แม้ว่าคุณจะเป็นคนที่เล่นดนตรีแย่ๆ แต่เมื่อมีความพยายามและกำลังใจในหมู่เพื่อนที่มีจุดประสงค์เดียวกัน ในไม่ช้าทักษะที่ไม่ดีในระดับพระเจ้าจะเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ สิ่งสำคัญคือต้องซื่อสัตย์ และสม่ำเสมอเพื่อที่อุปสรรคจะไม่เป็นอันตรายต่อมิตรภาพของคุณ ทุกอย่างคือบททดสอบให้เราโตเป็นอัจฉริยะ